สาระน่ารู้ก่อนเลือกซื้อเครื่องกรองน้ำ ( Water ionizer )

สาระน่ารู้ก่อนเลือกซื้อเครื่องกรองน้ำ ( Water ionizer )

Share : facebook share line share.png twitter share messenger share

บทความ เครื่องกรองน้ำด่าง (อัลคาไลน์)

สาระน่ารู้ก่อนเลือกซื้อเครื่องกรองน้ำ ( Water ionizer )



หากพูดถึง น้ำ ถือเป็นสิ่งสำคัญหลักๆ ของการดำเนินชีวิต ที่ช่วยให้เรามีแรงในวันต่อไปได้ แต่หากดื่มน้ำที่ไม่สะอาดจะกลายเป็นภัยได้ ดังนั้นวันนี้เราให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องน้ำ เครื่องกรองน้ำ ( Water ionizer ) กันค่ะ

 

 “น้ำ” เป็นส่วนประกอบที่สำคัญของทุกชีวิต ถึงแม้ว่าน้ำจะครอบคลุมโลกถึง 2 ใน 3 แต่ร้อยละ 97 ของน้ำในมหาสมุทรมีเพียงร้อยละ 1 เท่านั้นที่เป็นน้ำจืด และนำมาทำเป็นน้ำเพื่อใช้อุปโภคบริโภค และน้ำร้อยละ 1 นี้กว่าจะมาใช้ดื่มได้นั้น ย่อมผ่านสิ่งปนเปื้อน เชื้อโรค โลหะหนัก และสารเคมี ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพของผู้ที่ดื่มน้ำอย่างยิ่ง

 

จากเหตุผลดังกล่าวจึงมีการคิดค้นระบบการกรองน้ำที่อยู่ในรูปแบบของ “ เครื่องกรองน้ำ ( Water ionizer ) ” ( Water Ionizer )มีทั้ง เครื่องกรองน้ำ ( Water ionizer ) ดื่ม  เครื่องกรองน้ำ ( Water ionizer ) ในครัวเรือน  เครื่องกรองน้ำ ( Water ionizer ) ใช้ อีกทั้ง เครื่องกรองน้ำ ( Water ionizer ) ในอุตสาหกรรมต่างๆ ซึ่งในประเทศไทย มีอยู่ด้วยกัน 3 รูปแบบ ดังนี้

 

1. เครื่องกรองน้ำ ( Water ionizer ) แบบที่หนึ่ง

 

     เป็นขั้นตอนการผลิตน้ำดื่มแบบยอดนิยม เริ่มตั้งแต่การสูบน้ำดิบ (น้ำประปา/น้ำบาดาล/น้ำบ่อ) กรองด้วยคาร์บอนหรือถ่าน เพื่อกรองสี กรองกลิ่น ต่อด้วยใช้ เรซิ่น เพื่อกรองแคลเซียมกับแมกนีเซียมออกไป จากนั้นกรองหยาบด้วยฟิลเตอร์ขดเชือก เพื่อกรองเศษผงตะกอนขนาด 10 ไมครอนขึ้นไป เสร็จแล้วกรองละเอียดด้วยเซรามิก กรองจุลินทรีย์ตัวจิ๋วขนาด 0.3-1 ไมครอน อย่างสาหร่าย ตะไคร่น้ำ แล้วตามด้วยการฆ่าเชื้อโรคด้วยแสงยูวี (อัลตราไวโอเลต) หรือระบบโอโซน นี่เป็นขั้นตอนการกรองน้ำดื่มที่ได้มาตรฐานทั่วไป สะอาด เหมาะแก่การบริโภค

 

 2. เครื่องกรองน้ำ ( Water ionizer ) แบบที่สอง

 

     เป็นการกรองที่เรียกว่า Reverse Osmosis หรือ RO ซึ่งน้ำดื่มแบบหยอดเหรียญนิยมใช้การกรองแบบนี้ จะให้ความสะอาดมากกว่า เพราะเป็นการกรองโดยใช้แรงดันสูงฉีดน้ำให้ผ่านเยื่อบางๆ ที่เรียกว่า “Membrane” เยื่อนี้สามารถกรองน้ำสะอาดได้มากกว่า เพราะกรองได้เล็กละเอียดถึงขนาดกรองโมเลกุล

 

3. เครื่องกรองน้ำ ( Water ionizer ) แบบที่สาม

 

     ส่วนการกรองอีกระบบเรียกได้ว่า กรองได้ดีกว่าระบบ RO นั่นก็คือ การกรองแบบที่เรียกว่า Deionized water ระบบนี้ไม่เพียงกรองสิ่งสกปรกและแร่ธาตุสารอาหารที่อยู่ในน้ำเท่านั้น ประจุไฟฟ้าที่อยู่ในน้ำยังถูกกรองออกไปด้วย ในน้ำจะมีแต่น้ำอย่างเดียว ไม่มีอะไรเจือปนเลย น้ำสะอาดบริสุทธิ์ จะได้จากการกรองแบบนี้

 

หลักการเลือก เครื่องกรองน้ำ ( Water ionizer ) มีอะไรกันบ้างเรามาดูกัน

 

เครื่องกรองแต่ละระบบถึงแม้จะช่วยกรองน้ำให้สะอาดเหมือนกัน แต่หลักการทำงานและประสิทธิภาพจะแตกต่างกันออกไป ในการเลือก เครื่องกรองน้ำ ( Water ionizer ) โดยทั่วไปให้พิจารณาตามหลักดังต่อไปนี้

 

1. สภาพของน้ำดิบที่จะนำมากรองด้วย เครื่องกรองน้ำ ( Water ionizer )

 

น้ำในเขตตัวเมืองร้อยละ 90 เป็นน้ำประปา ซึ่งสามารถใช้ เครื่องกรองน้ำ ( Water ionizer ) ได้แทบทุกชนิด ถ้าเป็นน้ำในต่างจังหวัดอาจจะมีน้ำประปา น้ำประปาหมู่บ้าน น้ำบาดาล น้ำบ่อผสมกันไป ซึ่งจะมีสารปนเปื้อนมากกว่าน้ำในเขตตัวเมือง ดังนั้นแล้วถ้าจะให้ปลอดภัยควรเป็น เครื่องกรองน้ำ ( Water ionizer ) ระบบ OR

 

2. ลักษณะการใช้งาน เครื่องกรองน้ำ ( Water ionizer )

 

เครื่องกรองน้ำ ( Water ionizer ) ในปัจจุบันได้ถูกนำไปรวมกับตู้เย็น ทำให้สะดวกต่อการใช้งาน กรองแล้วสามารถดื่มหรือชงเครื่องดื่มได้เลย ไม่ต้องนำไปแช่ตู้เย็นหรือต้มอีกที โดยส่วนมากแล้วระบบนี้จะมีราคาสูง นิยมใช้ในสำนักงานเพราะมีคนใช้เยอะ ต้องทำงานให้ทันกับความต้องการการใช้งาน สำหรับการใช้งานตามบ้านใช้ เครื่องกรองน้ำ ( Water ionizer ) แบบระบบปกติก็ได้

 

3. คุณภาพของ เครื่องกรองน้ำ ( Water ionizer )

 

เครื่องกรองน้ำ ( Water ionizer ) ควรผ่านการรับรองมาตรฐาน ISO 9001 ซึ่งเป็นการรับรองในเรื่องของการผลิตทั้งกระบวนการของผลิตภัณฑ์ ทำให้เราสามารถมั่นใจได้ในเรื่องของคุณภาพสินค้า และอาจจะได้การรับรองจากสมาคมคุณภาพน้ำดื่มจากสหรัฐอเมริกา Water Quality Association (WQA) และมาตรฐานจากประเทศไทย เช่น Thailand Trusted Mark

 

วิธีการติดตั้ง เครื่องกรองน้ำ ( Water ionizer )

 

1. เลือกพื้นที่ที่จะติดตั้ง โดยจะต้องอยู่ใกล้กับก๊อกน้ำ ใช้สว่านเจาะผนังเพื่อแขวน เครื่องกรองน้ำ ( Water ionizer )

 

2. ใช้เทปพันเกลียวท่อน้ำพันข้อต่อ 3 ทาง ประกอบวาล์วน้ำ 2 หุนที่มีลักษณะเป็นก๊อกเล็ก ๆ ที่ให้มาเข้ากับข้อต่อ ต่อสายยางเข้ากับวาล์ว 2 หุน จากนั้นหมุนข้อต่อเข้ากับก๊อกน้ำ

      

3. แกะพลาสติกหุ้มไส้กรองออก แล้วนำไส้กรองทั้ง 3 ใส่เข้าไปในกระบอกไส้กรอง ใช้ประแจหมุนกระบอกไส้กรองให้แน่น โดยให้หมุนจากขวาไปซ้าย

 

4. นำข้อต่อพลาสติกสีขาวร้อยเข้ากับปลายสายยางอีกขั้วที่ต่อไว้ แล้วต่อเข้ากับทางน้ำเข้าของเครื่องกรอง หมุนข้อต่อให้แน่น

 

5. นำฐานยึดก๊อกพลาสติกสีขาววางทาบกับตำแหน่งที่จะติดเครื่องกรอง เจาะผนังส่วนที่จะติด แล้วนำตะปูเกลียวหมุนติดฐานยึดกับรูที่เจาะไว้ให้แน่น

 

6. นำก๊อกน้ำใส่เข้ากับฐานยึดก๊อก จากนั้นต่อท่อน้ำเข้ากับก๊อก หมุนข้อต่อให้แน่น จากนั้นนำปลายสายยางอีกข้างต่อเข้ากับทางเข้าออกของ เครื่องกรองน้ำ ( Water ionizer ) ก็เสร็จเรียบร้อย แต่ก่อนจะใช้งานควรเปิดน้ำล้างระบบลงถังก่อนสัก 2-3 ถังหรือจนกว่าน้ำที่ออกมาจะใสสะอาด

 

ประโยชน์ของ เครื่องกรองน้ำ ( Water ionizer )

 

ช่วยขจัดสารปนเปื้อน เชื้อโรค และแบคทีเรียขนาดเล็กมาก ๆ ออกจากน้ำดื่ม รวมทั้งโลหะหนักต่าง ๆ เช่น ตะกั่ว สนิมเหล็ก สารโลหะหนัก ซึ่งถ้าเข้าสู่ร่างกายแล้วจะกำจัดยากและจะไปสะสมในร่างกายทำให้เกิดโรคต่าง ๆ ในขณะที่ เครื่องกรองน้ำ ( Water ionizer ) บางยี่ห้อก็มีการเพิ่มระบบแต่งกลิ่นและปรับปรุงรสชาติของน้ำเข้าไปด้วย

 

 

เครื่องกรองน้ำ ( Water ionizer ) ที่ดีและเหมาะสม เป็นสิ่งที่ดีควรมีติดบ้าน ดังนั้นแล้ว หากบ้านไหนกำลังมองหา เครื่องกรองน้ำ ( Water ionizer ) อยู่ล่ะก็ลองนำคุณสมบัติที่เรานำมาฝากนี้ไปหาซื้อ เครื่องกรองน้ำ ( Water ionizer ) ที่ดีสำหรับคุณดู รับประกันว่าคุณจะต้องได้ เครื่องกรองน้ำ ( Water ionizer ) ที่ดีที่สุดอย่างแน่นอน แต่หากใครสนใจ  เครื่องกรองน้ำด่าง ( อัลคาไลน์ ) ที่ช่วยปรับระดับค่า pH ให้สมดุลกับร่างกายเพื่อต่อต้านอนุมูลอิสระ ทำให้ได้น้ำกรองที่บริสุทธ์และมีประสิทธิภาพ สามารถสั่งซื้อได้นะคะ

 

ด้วยความปรารถนาดีจาก  เครื่องกรองน้ำด่าง (อัลคาไลน์) ตราแมนเนเจอร์ (Alkaline Water lonizer By ManNature)

 

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม

แก้ไขปัญหาสุขภาพ ภาวะขาดน้ำ ด้วย เครื่องกรองน้ำ

ดื่มน้ำอย่างไรให้ห่างไกลโควิด


บทความที่น่าสนใจ

คำถามยอดฮิตเกี่ยวกับเครื่องกรองน้ำ

เครื่องกรองน้ำด่าง (อัลคาไลน์) เติมแร่ธาตุเพื่อสุขภาพดี